09 มิถุนายน 2014 เวลา 09:36:14 น.

การจองตั๋วเครื่องบิน เรื่องน่ารู้สำหรับมือใหม่หัดบิน-มือเก่าบินเยอะ

เพราะสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วโลกมีอยู่มากมาย และเพื่อเป็นการประหยัดเวลา นักท่องเที่ยวหลายคนจึงมักเลือกเดินทางด้วย "เครื่องบิน" เพราะเป็นการประหยัดเวลา รวมทั้งเป็นการเซฟร่างกายให้สามารถใช้เวลาในการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มทีอีกด้วย แต่สิ่งสำคัญในการสำรองตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางในแต่ละครั้งนั้น ยังมีเพื่อน ๆ หลายคนยังไม่เข้าใจ และยังไม่ทราบข้อมูลกันอยู่ในบางขั้นตอน ดังนั้น เราหยิบเอาข้อมูลดี ๆ ของ คุณ art_sarawut สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้บอกเล่าเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการจองตั๋วเครื่องบินก่อนออกเดินทางแต่ละครั้งมาบอกกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามเราไปดูกันเลยจ้า 

1. ราคาบัตรโดยสาร (ตั๋วเครื่องบิน)

ราคาบัตรโดยสารของเครื่องบิน ไม่ใช่ราคาเดียวทั้งลำครับ นอกจากจะแบ่งเป็น ชั้นประหยัด กับ ชั้นธุรกิจ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทราบกันดีแล้ว ในชั้นนั้นยังแบ่งราคาออกยิบย่อยอีกมากมาย ผมจะจำแนกให้ดูนะครับ 

เช่น สมมุติ เส้นทาง กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ในชั้นประหยัด จะยังมีราคายิบย่อยลงมาอีก 11 ราคา ไล่จากถูก-แพง จากซ้ายไปขวาเลยครับ

B G V Q / H T L / N K M Y

ในกลุ่ม 4 ตัวอักษรแรก เป็น "ราคาโปรโมชั่น" ที่เห็นโปรโมทตามเว็บไซต์กับแผ่นพับนั่นล่ะครับ เช่น สมมุติ B อาจจะราคา 1,490 บาท

และกลับกัน ราคา Y จะเรียกว่า "ราคาเต็ม" ราคาอาจจะราว 3,590 เป็นต้น

ราคาตั้งแต่ B ไปจนถึง Y ก็จะไล่ขึ้นไปเป็นขั้นบันได ดังนั้น เวลาผดส.จะสำรองที่นั่ง จนท.จึงจะถามให้ละเอียดว่าจะเดินทางวันไหน เวลาไหน เพื่อจะได้แจ้งราคาได้ถูก เพราะแต่ละเที่ยวบินก็จะเหลือที่นั่งไม่เท่ากัน เส้นทางเดียวกันแท้ๆ เวลาห่างกัน 2 ชม. คุณอาจได้ราคาถูกลงหรือแพงขึ้นเป็นหลักพันได้สบายๆ ครับ

และราคาบัตรโดยสารโปรโมชั่น B G V Q เหล่านี้ ก็ไม่ได้มีทุกเส้นทาง หรือไม่ได้มีตลอดเวลานะครับ บางเส้นทางไม่มี บางเส้นทางอาจมีขายที่ราคาตั้งแต่ H ขึ้นมาจนถึง Y เช่นนี้เป็นต้น

สิ่งที่พบบ่อย คือ ผดส.ชอบเข้าใจผิด คิดว่ามันเหมือนราคาแบบ รถทัวร์ หรือรถตู้ อะไรทำนองนั้น คือจะถามลอยๆ ว่า เส้นทางนี้ ราคาเท่าไหร่? จนท.ก็จะตอบไม่ได้ เพราะไม่มีวันและเวลาที่แน่นอน อย่างที่เรียนไปข้างต้นครับ เส้นทางเดียวกันแท้ๆ แต่ราคาอาจต่างกันถึง 2 เท่าได้สบายๆ ในคนละวันเวลากันครับ

ตรงนี้ ก็คงต้องอยู่ที่ผดส.นั่นล่ะครับ ว่ากำหนดเงื่อนไขของตัวเองไว้ที่ตรงไหน ระหว่าง "วันเวลาเดินทาง" หรือ "ราคา" ถ้าราคาสำคัญ ต้องการของถูก เราก็สามารถไล่หาให้ได้ว่า วันไหนที่มีที่นั่งราคาโปรโมชั่น กลับกัน ถ้าวันเวลาเดินทางสำคัญกว่า เราก็แจ้งให้ทราบได้ว่าราคาของวันนั้นๆ เท่าไหร่ แต่อาจจะไม่ได้ราคาโปรโมชั่นนั่นเอง


2. ชั้นประหยัดเหมือนกันแท้ๆ แล้วมันต่างกันยังไง?

สิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่แตกต่างก็คือ "เงื่อนไขบัตรโดยสาร" ครับ

เช่นว่า ราคาโปรโมชั่น B คลาส ราคาต่ำสุด คุณอาจจะเปลี่ยนวัน/เวลาเดินทางไม่ได้เลย ถ้าไม่เดินทางก็ขอคืนเงินไม่ได้

ทั้งนี้ ในส่วนของเงื่อนไขบัตรโดยสาร เราจะดูตามสิ่งที่เรียกว่า Fare Basis เช่น BFTH ตัวแรกก็คือคลาส B ตัวที่ 2 ตัว F จะบอกว่า Fix Flt/Date ก็คือเปลี่ยนแปลงวันเวลาไม่ได้ และสุดท้าย TH ก็คือการบอกว่า Fare นี้ขายในไทย นั่นล่ะครับ (ถ้าเป็นบัตรโดยสารของเด็ก ก็จะมี CH (Children) ต่อท้ายมาด้วย)

หรือสมมุติ GXNTH ที่คุณจะเดินทางได้เฉพาะ วันจันทร์-พฤหัศบดี เป็นต้น แต่เปลี่ยนแปลงวัน/เวลาเดินทางได้ โดยมีค่าธรรมเนียม + ส่วนต่าง ส่วนต่างนี้ก็คือว่า สมมุติคุณเปลี่ยนแปลงวันเดินทาง แล้วไม่ได้ที่นั่งราคาเดิม คุณก็จะต้องชำระส่วนต่างของบัตรที่นั่งราคาใหม่นั่นเอง

คำถามที่ว่า แล้วถ้าเปลี่ยนแล้วได้ที่นั่งถูกลงล่ะ อันนี้ สายการบินไม่อนุญาตให้ downgrade นะครับ 555 

ยกเว้น ลดจาก Business มาเป็น Economy (ตัวเต็ม) ก็จะทำได้ และคืนส่วนต่าง

ส่วนกรณีที่เป็นความผิดของสายการบินเอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินเองเสียอย่างนั้น ตรงนี้ เปลี่ยนฟรีครับ

อีกตัวอย่างของเงื่อนไขโปรโมชั่น คือ เช่น บินไฟลท์เช้าสุด หรือ ดึกที่สุด ตรงนี้ก็อาจจะมีราคาโปรโมชั่นเหมือนกัน

แต่อย่างที่เรียนไป คือ โปรโมชั่นต่างๆ ไม่ได้มีทุกเส้นทางและตลอดเวลานะครับ ต้องดูให้ดีๆ ว่าเส้นทางไหนเวลาอะไร

สรุปกว้างๆ จะแบ่งเป็น (เปลี่ยนแปลงไม่ได้/ขอคืนเงินไม่ได้), (เปลี่ยนแปลงได้มีค่าธรรมเนียม+ส่วนต่าง/ขอคืนเงินไม่ได้), (เปลี่ยนฟรี/ขอคืนเงินได้มีค่าธรรมเนียม) ตรงนี้ ยังไงระหว่างการสำรองที่นั่ง จนท.เค้าจะแจกแจงให้ฟังเองครับ ถ้าทราบแล้วก็บอกเค้าก็ได้นะ จะไม่ถือว่าเค้าทำผิด แต่ถ้าจนท.ลืมแจ้งเอง อันนี้จะถือว่ามีความผิดทันที

อีกความแตกต่างก็คือ "การเลือกที่นั่ง" ทุกราคา จะได้สิทธิ์พื้นฐานเหมือนกันคือเลือกที่นั่งเองได้ผ่านเว็บไซท์ หรือ Web Check-In นั่นเอง แต่ เช่น ราคาต่ำๆ ก็จะถูกล็อค ให้นั่งเฉพาะส่วนหลังของเครื่อง เป็นต้น ส่วนพวกราคาสูงๆ จะนั่งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ และถ้าหากโทร.ไปสำรองที่นั่งกับจนท. จนท.จะเลือกที่นั่งให้ได้เฉพาะบัตรโดยสารที่ราคาสูงขึ้นไปหน่อย เช่น อาจจะตั้งแต่ H คลาสขึ้นไป ส่วนถ้าต่ำกว่านั้น จนท.จะเลือกให้ไม่ได้ และจะบอกให้ผดส.ไปเลือกเองผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น

** ในส่วนของเงื่อนไขบัตรโดยสารของท่านนะครับ ผมแนะนำให้จำให้ดีๆ เพราะเคยมีกรณีแบบ ผดส.จะเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน แล้วไม่พอใจที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ซึ่งในระบบโชว์ไว้ชัดเจนว่าจนท.แจ้งเงื่อนไขบัตรโดยสารไปแต่แรกแล้ว แต่ผดส.ไม่ค่อยฟังกัน **

(* อนึ่ง ต่างๆ เหล่านี้อาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละสายการบินนะครับ)


3. เผื่อเวลานิด เวลาสำรองที่นั่ง

เจอบ่อยๆ ผดส.ที่จะบินวันนี้ก็โทรมาจองวันนี้ แล้วก็ไม่พอใจเวลาไม่ได้ราคาโปรโมชั่นถูกสุดๆ ตามโฆษณา ซึ่งก็อย่างที่เรียนไปแล้วครับ ว่าพวกราคาโปรโมชั่นมันก็หมดไว จึงควรสำรองที่นั่งแต่เนิ่นๆ นะครับ

ที่เคยเจอโหดสุดๆ นี่ก็มีแบบ จะบินในอีก 2 ชั่วโมง โทรมาสำรองที่นั่ง พระเจ้า! ตรงนั้นเราก็ทำให้ไม่ได้แล้ว ต้องไปติดต่อหน้าเค้าท์เตอร์สนามบินเองเลย ซึ่งจะทันหรือปล่าวก็ไม่รู้ เพราะขั้นต่ำมันต้องอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 

คือ จริงๆ แล้ว ขนาดคนที่มีบัตรโดยสารแล้ว แค่การไปเช็คอินที่สนามบิน เค้าก็ต้องไปล่วงหน้า 1 ชั่วโมง 30 นาทีสำหรับในประเทศ และ 2 ชั่วโมงสำหรับต่างประเทศอยู่แล้วนะ กระชั้นชิดขนาดนั้นก็ไม่ไหวนะฮะ ยิ่งช่วงนี้มีม็อบ เราก็ได้รับการแนะนำให้แจ้งผดส.ให้เผื่อเวลาเพิ่มอีก 1 ชั่วโมงอีกต่างหาก

อีกเรื่องที่ดีสำหรับการสำรองที่นั่งล่วงหน้า ก็คือ ยิ่งทำล่วงหน้านาน ยิ่งมี "Time Limit" ในการชำระเงินมากเท่านั้น คือ ปกติเราสำรองที่นั่งไว้เก๋ๆ แต่ไม่จ่ายเงินก็ได้นะครับ มันจะมีเส้นตายให้จ่ายเงิน ถ้าไม่จ่าย booking ก็ตัดไปเอง จบ อย่างที่หลายท่านสำรองที่นั่งกระชั้นชิดมาก ระบบก็ตั้ง Time Limit นี้กระชั้นชิดตามไปด้วย เช่นว่า อาจจะภายใน 2 ชั่วโมง (หลังจากสำรองที่นั่งเสร็จ) บางคนก็เลยจะบ่นว่าเร็วจัง

กลับกัน เช่น สมมุติว่า สำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ ก็อาจได้เวลาในการชำระเงินเป็น 3 วัน หรือถ้าสำรองล่วงหน้าชนิด 3 เดือน ก็อาจได้เวลาในการชำระเงินยาวๆ เป็นภายใน 21 วัน อะไรแบบนั้นเป็นต้น


4. รายละเอียดของโปรโมชั่น

ถ้าหากคุณบังเอิญเห็นโปรโมชั่นอะไรสักอย่างแล้วสนใจมาก แนะนำให้จำ "ชื่อโปรโมชั่น" แล้วติดต่อเจ้าหน้าที่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

มันจะมีสิ่งที่ต้องสนใจก็คือ

1.) กรอบเวลาในการสำรองนั่ง - เช่น โปรนี้ ต้องสำรองที่นั่งระหว่าง 15 พ.ค. - 20 ก.ค. เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ก็จะไม่ได้โปรนี้

2.) กรอบเวลาในการเดินทาง - เช่น โปรนี้ ต้องบินระหว่าง 20 พ.ค. - 30 ก.ค. เป็นต้น ถึงสำรองที่นั่งในวันข้างบน แต่ไม่บินในกรอบวันเวลานี้ ก็ไม่ได้อีก

ตรงนี้บางทีเป็นปัญหา เพราะหลายๆ คนก็จำแต่ราคากับเส้นทาง ติดต่อมาก็บอกเลย โอ้ย เส้นทางนี้เห็นโปรราคาแค่ 1,990 ไหงนี่มันตั้ง 3 พัน โดยไม่ทราบว่าโปรหมดไปแล้วบ้าง หรือไม่ได้บินในกรอบเวลาของโปรบ้าง ยังไงตรงนี้ผมแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนเดินทาง และรีบสำรองที่นั่งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันที่เต็ม อย่าลืมนะครับ ถึงจะทำตามเงื่อนไขของโปรทุกอย่าง ก็อาจยังไม่ได้บัตรโดยสารในราคาโปร เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่า "ที่เต็ม" เศร้ากันไปเลยนะ

คำถามที่ก็เจอค่อนข้างบ่อยและตอบยาก คือ "เส้นทางนี้มีโปรมั้ย?" มันตอบยาก เพราะไม่ระบุวันมาด้วย อย่างเช่น ถ้าเราตอบ โดยนึกเอาเองว่าเป็นวันนี้ ตอบไปว่าไม่มีโปรฯครับ ปรากฏว่า ผดส.จะเดินทางในอีก 15 วัน ซึ่งอยู่ในช่วงโปรฯ เราก็จะซวยไปอีก ดังนั้นการสอบถามเรื่องโปรโมชั่น ก็เหมือนการสำรองที่นั่งครับ คือควรแจ้งทั้งเส้นทางและวันที่ต้องการเดินทางไปด้วยเลย หรือถ้ามีชื่อโปรโมชั่นมาจนท.ก็จะบอกเงื่อนไขโปรให้เอง


5. เราต้อง Verify ข้อมูล

อะไรคือการ Verify ข้อมูล? ก็คือ กรณีที่มีคนโทรเข้ามา สอบถามเรื่อง booking ต้องการทำการอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะสอบถามข้อมูล, เปลี่ยนแปลง, ยกเลิก อะไรก็ตาม มันมีผลต่อผู้โดยสาร ถูกต้องมั้ยครับ? ตรงนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า "คนที่โทร.เข้ามาจะเป็นผดส.ตัวจริง" กันล่ะ...........?

"แล้วคนบ้าที่ไหนจะโทรไปจัดการเรื่องการสำรองที่นั่งของคนอื่น?" บางท่านอาจจะกำลังคิดเช่นนี้ใช่มั้ยครับ

สมมุติ สามี จะนั่งเครื่องบินไปเที่ยวกับ ภรรยาน้อย .... เท่านี้คงพอเห็นภาพนะครับ ภรรยาหลวง โทร.มา สอบถามวันเวลาเดินทาง แล้วไปดักตบที่สนามบิน... อันนี้ เรื่องจริงเสียด้วยนะครับ 55555

ดังนั้น ทุกครั้งที่คนโทร.เข้ามา เราก็เลยต้องถามรายละเอียดของการสำรองที่นั่งนั้นๆ เพราะอย่างบางคน อาจจะไปแอบรู้มาแค่บางอย่าง เช่นว่า จะไปไหน แต่ไม่รู้วัน/เวลา (ไปดักตบ) รู้แค่ชื่อ (สามี) อะไรแบบนี้

มีหลายท่านมากกกกกกกกกกก ที่ไม่เข้าใจ บางทีกระฟัดกระเฟียดใส่จนท. แบบ ทำไม เนี่ยสำรองที่นั่งไปแล้ว ไม่เจออีกเหรอเนี่ย ฯลฯ คือ จริงๆ เราเจอแล้ว แต่ต้องถามน่ะครับเพื่อความปลอดภัย สิ่งที่ต้องถามก็เช่นว่า ชื่อ/สกุล ผดส., เส้นทาง, วัน-เวลา แค่นี้ก็ถือว่าผ่านแล้ว 

ในทางตรงกันข้าม ถ้าจนท.ไม่ถามข้อมูล แล้วทำอะไรลงไป ซึ่งบางทีมันมากกว่าแค่การให้ข้อมูล เช่น อาจจะยกเลิกเที่ยวบิน, เปลี่ยนแปลงเวลาบิน คิดดูนะครับอันนี้เรื่องใหญ่เลย ดังนั้นจนท.จึงต้อง "Verify" ข้อมูลก่อนทุกครั้งนั่นเอง เสียเวลาไม่กี่วินาที หวังว่าคงเข้าใจนะครับ


6. นอกเรื่อง

- จนท. Ticketing ไม่ได้ commission นะครับ 555 ไม่มี incentive ด้วย และไม่มี "เป้า" หรือ "ยอด" อีกด้วย ดังนั้นถ้าเราแนะนำว่าให้สำรองที่นั่งอะไรแบบนี้ ก็ขอให้เชื่อได้เลยว่าแนะนำเพราะหวังดีจริงๆ เราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนะครับ 5555

- ถ้าผดส.เป็นสมาชิกอะไรสักอย่างของสายการบิน บอกเลขสมาชิกเลยก็ง่ายดีนะครับ บางที อย่างผมเอง ไม่ได้ถาม ก็ทำไปจนเสร็จ ผดส.เพิ่งนึกได้ บอกเลขสมาชิกมา อ้าว ดันสะกดชื่อไม่ตรงกันกับที่เค้าบอกมาตะกี้ มึนเลยทีนี้

- พูดถึงเรื่องชื่อ ถ้าจะสำรองที่นั่ง แนะนำให้ถือบัตรประชาชนไว้เลยครับ เราต้องการชื่อสะกดเป็นภาษาอังกฤษที่ตรงกับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต แล้วจนท.เค้าจะทวนให้เอง เป็น alphabet แบบ "ชื่อคุณธวัชชัยนะคะ สะกดเป็น ที ไทยแลนด์, เอช ฮ่องกง, เอ อเมริกา..." ประมาณนี้ ตรงนี้ตอนจนท.ทวน แนะนำให้ตั้งใจฟังนะครับ ระวังชื่อผิดนะ

- อีกเรื่องที่เคยโดนถามพอสมควรคือ สามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ นะครับ ชื่อใครอยู่บนบัตรโดยสาร คนนั้นต้องบินเองเท่านั้น ไม่มียกสิทธิ์ให้คนอื่นนะ

- ถ้าคุณมีกระเป๋าราคาแพง หรือกีต้าร์สุดหวง คุณสามารถ "ซื้อที่นั่ง" ให้สิ่งของเหล่านั้นได้นะครับ (รวยเสียอย่างทำอะไรไม่น่าเกลียดนะครับ 5555)

- ไม่อนุญาตให้สัตว์อื่นนอกจาก สุนัข กับ แมว ขึ้นเครื่องนะครับ (อาจจะแล้วแต่สายการบินด้วยนะ)

- ถ้าการสำรองที่นั่งของคุณ "จัดเต็ม" มาก เช่น อาจจะ 8 คน 3 บุ๊คกิ้ง ไปด้วยกัน แยกกันกลับ คนละเส้นทาง คนละวัน/เวลา มีครบทั้งผู้ใหญ่, เด็ก, ทารก ขออาหาร, ขอวีลแชร์, ขอเลือกที่นั่ง ฯลฯ รายละเอียดเยอะหน่อย ก็อาจจะใช้เวลานิดนึงในการสำรองที่นั่งนะครับ ใจเย็นๆ นิสนึง คือ จะบอกว่า การสำรองที่นั่ง ทุกๆ รายละเอียดนี่เราต้องใส่หมดเลย เป็นเด็ก ก็อย่างนึง ทารก ก็อย่างนึง ไปด้วยกันก็ต้องใส่ข้อมูล ขออาหารก็ต้องใส่ ขอวีลแชร์ อะไรต่างๆ เหล่านี้มันจะค่อนข้างละเอียด และผิดพลาดไม่ได้ จนท.เลยอาจจะต้องใช้เวลาบ้างน่ะนะครับ ปกติถ้าอย่างง่ายๆ เลยแค่ไม่ถึง 5 นาทีก็เสร็จครับ


ตอนนี้นึกออกแค่นี้.. สวัสดีครับ 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณ art_sarawut สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  

 

ภาพ และข้อมูล จาก www.chiangraifocus.com